News Update

News in Asia


News Update

มหา’ลัยค้านรวม สกอ.เข้า ก.วิทย์ เป็นกระทรวงใหม่ ชี้ขาดความคล่องตัว

มหาวิทยาลัยค้านรวม สกอ. เข้า ก.วิทย์ ตั้งเป็นกระทรวงใหม่ ชี้ขาดความคล่องตัว หวั่นกระทรวงใหม่ไม่เข้าใจงานอุดมศึกษา ส่งให้ไม่ได้รับความสนใจเช่นเดิม อธิการราชภัฏเตรียมหารือนอกรอบผลกระทบ 29 พ.ค. นี้

วันนี้ (25 พ.ค.) นายสุมิตร สุวรรณ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวถึงการควบรวมสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และหน่วยงานวิจัย เป็นกระทรวงใหม่ “กระทรวงวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และการอุดมศึกษา” ว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพราะทำให้กระทรวงใหม่มีความใหญ่โตเกินไป การบริหารงานขาดความคล่องตัว รวมศูนย์อำนาจ และขัดต่อธรรมชาติและการบริหารงานของมหาวิทยาลัยที่ต้องการความมีอิสระ ขณะที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐและมีกฎหมายในการบริหารงานของตนเอง ประเด็นที่สำคัญ คือ การศึกษาควรมีความเป็นเอกภาพ โดยรวมอยู่ที่กระทรวงเดียวกัน ตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษาในปี 2542 ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงศึกษาการ (ศธ.) มีปัญหาในเชิงโครงสร้าง เพราะแบ่งออกเป็น 5 แท่ง ทำให้ขาดความเป็นเอกภาพ ปลัดกระทรวงไม่สามารถกำกับดูแลหน่วยงานภายในได้ หรือรัฐมนตรีไม่สามารถดำเนินการกับมหาวิทยาลัยที่ไม่มีธรรมาภิบาลได้ จึงควรตั้งเป็น “กระทรวงอุดมศึกษาและวิจัย” ที่มีขนาดเล็กและคล่องตัวในการทำงานมากกว่าการไปรวมกับกระทรวงหรือหน่วยงานอื่น

“อย่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นองค์การมหาชน มีความเป็นอิสระ สามารถทำงานได้ดีอยู่แล้ว ส่วนอาจารย์มหาวิทยาลัยก็สามารถยื่นขอทุนสนับสนุนการวิจัยจากแหล่งทุนต่างๆ ได้ ซึ่งยังไม่มีเหตุอะไรมากพอที่จะต้องมายุบรวมกัน ปัญหาของประเทศไทย ไม่ได้อยู่ที่โครงสร้างการจัดส่วนราชการ แต่อยู่ที่คนมากกว่า” นายสุมิตร กล่าว

ผศ.ดร.เรืองเดช วงศ์หล้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) กล่าวว่า ตนห่วงเรื่องการบริหารจัดการด้านบุคลากร ซึ่งทั้ง 4 หน่วยงานมีการบริหารงานบุคคลแตกต่างกัน โดยมีทั้งข้าราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานราชการ ขณะที่ สกว. เป็นหน่วยงานอิสระ ที่ผ่านมา งานอุดมศึกษาซึ่งอยู่ในสังกัด ศธ. ก็ไม่ค่อยได้รับความสำคัญ ตนเป็นห่วงว่าหากย้ายมาอยู่กับกระทรวงใหม่ จะไม่ได้รับความสำคัญหรือเจ้ากระทรวงไม่เข้าใจบริบทของมหาวิทยาลัย ก็จะพบปัญหาอุดมศึกษาไม่ได้รับความสนใจเช่นเดิม ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพของอุดมศึกษา อย่างไรก็ตาม หากมองในส่วนของมหาวิทยาลัยราชภัฏเอง ที่ผ่านมา มีความร่วมมือในการขอทุนวิจัยกับ สกว. และ วช. รวมทั้งหน่วยงานวิจัยอื่นๆ ค่อนข้างดี หากอยู่ในกระทรวงเดียวกัน ก็น่าจะประสานความร่วมมือกันใกล้ชิดมากขึ้น

“ในวันที่ 29 พ.ค. นี้ อธิการบดี มรภ. กว่า 20 แห่งจะพบกัน ก็จะหารือกันนอกรอบถึงผลกระทบจากการที่ สกอ. ถูกควบรวมกับกระทรวงวิทย์ และจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุม ทปอ.มรภ. วันที่ 15 มิ.ย. นี้ ที่ มรภ.ร้อยเอ็ด เพื่อสอบถามความคิดเห็น และสรุปเสนอผู้เกี่ยวข้องในการจัดตั้งกระทรวงใหม่ต่อไป” ผศ.ดร.เรืองเดช กล่าว

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์


Comments are closed.